ภาคการท่องเที่ยว
ในส่วนที่เป็น
ผืนแผ่นดินใหญ่
  เส้นทางที่ 1
เส้นทางที่ 2
  เส้นทางที่ 3
  เส้นทางที่ 4
เส้นทางท่องเที่ยวที่ 2

             กลุ่มสถานที่ท่องเที่ยวบนเส้นทางสายนี้ ยึดถือตามความยาวของเส้นทางหลวงหมายเลข 318 ซึ่งเริ่มต้นจากตัวเมืองตราด ทอดยาวขนานเทือกเขาบรรทัดและแนวชายฝั่งทะเลตราด ผ่านตัวอำเภอคลองใหญ่ไปจนสิ้นสุดความยาว 89 กิโลเมตรที่บ้านหาดเล็ก ซึ่งเป็นจุดผ่านแดนถาวรระหว่างไทย-กัมพูชา
             สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ตลอดความยาวของเส้นทางสายนี้ ประกอบด้วย

วัดคีรีวิหาร
ประเภทแหล่งท่องเที่ยว : ประวัติศาสตร์และโบราณคดี
ที่ตั้ง : ประมาณ กม.18-19 เลี้ยวซ้ายแยกจากทางหลวง 318 ประมาณ 200 เมตร ตั้งอยู่ในเขตบ้านท่าเลื่อนใกล้กับสถานีตำรวจภูธร ตำบลบ้านท่าเลื่อน





             “วัดคีรีวิหาร”เป็นวัดที่ตั้งอยู่บนเนินสูง เป็นวัดเก่าแก่สำคัญของจังหวัดตราด สร้างมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2430 เดิมชื่อ “วัดท่าเลื่อน” เป็นวัดที่เจ้าอธิการอยู่เจ้าอาวาส ได้ใช้เวลาในการก่อสร้างนาน 27 ปี ต่อมาเมื่อสมัยฝรั่งเศสเข้ามาปกครองเมืองตราด ได้แต่งตั้งเจ้าอาวาสเป็นพระครูรัฐาภิมุกข์และเรียกชื่อวัดนี้ว่า “วัดภูเขายวน” เมื่อไทยได้เมืองตราดคืนจากฝรั่งเศสจึงได้เปลี่ยนชื่อวัดแห่งนี้ใหม่ โดยสมเด็จพระสังฆราชกรมหลวง วชิรญาณวงศ์ ทรงพระทานชื่อให้เลือก 3 ชื่อ คือ คีรีเวสวิหาร เวสคีรีวิการและคีรีวิหาร
             ศาสนสถานที่สำคัญภายในวัด ประกอบด้วย อุโบสถหลังใหญ่ พระเจดีย์ เรือนรับรองสมเด็จพระเทพฯ กุฎิธรรมสารอุทิศและกุฎินิรมิตสามัคคี ศาลาการเปรียญ วิหารจีนที่ประดิษฐานพระพุทธอุดมสมบูรณ์ พระอวโลกิเตศวร พระสังกัจจายน์และกวนอิม

หาดลานทราย
ประเภทแหล่งท่องเที่ยว : ธรรมชาติ
ที่ตั้ง : บริเวณหลัก กม.31 โดยมีทางแยกขวามือไปตามทางหลวงหมายเลข 3292 ตรงไปยังบ้านแหลมกลัด ระยะทางประมาณ 12 กิโลเมตร





             “หาดลานทราย” เป็นชายหาดที่มีลักษณะเป็นแหลมยื่นลงทะเล ในช่วงน้ำลงจะเห็นเป็นหาดทรายกว้าง เม็ดทรายขาวละเอียด หน้าหาดน้ำไม่ลึกสามารถลงเล่นน้ำได้อย่างดี แต่ในช่วงฤดูมรสุมที่มีคลื่นลมแรง น้ำทะเลจะขุ่น
             บริเวณชายหาดเป็นที่ตั้งของ “ลานทราย บังกะโล” มีความเงียบสงบเป็นส่วนตัวและเป็นที่นิยมผ่านเข้ามาลิ้มรสอาหารทะเลของชาวเมืองตราดและนักท่องเที่ยวจากต่างถิ่นอยู่เสมอ

น้ำตกสะพานหิน
ประเภทแหล่งท่องเที่ยว : ธรรมชาติ
ที่ตั้ง : บริเวณหลัก กม.32 ปากทางเข้าน้ำตกอยู่ทางด้านซ้ายมือ เป็นถนนคอนกรีตเลียบด้านข้างของวัดสะพานหิน ผ่านกองร้อยทหารพราน นย.ที่ 432 ซึ่งตั้งอยู่ละแวกปากทางเข้า ตรงไปประมาณ 500 เมตรก็จะถึงตัวน้ำตก




             “น้ำตกสะพานหิน” ถือกำเนิดมาจากแนวเทือกเขาบรรทัด ที่กั้นพรมแดนธรรมชาติระหว่างประเทศไทยและประเทศกัมพูชา เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ มีลำธารกว้าง ระเกะระกะไปด้วยโขดหินน้อยใหญ่มากมาย สองฟากลำธารร่มรื่นไปด้วยร่มเงาของต้นไม้ใหญ่ ในช่วงฤดูฝน กระแสน้ำจะไหลหลั่งเต็มลำธาร ทุกช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ ผู้คนท้องถิ่นนิยมพาครอบครัวมาเล่นน้ำคับคั่ง
             ในช่วงฤดูแล้ง สายน้ำตกจะไหลเอื่อยๆ บางช่วงก็ขอดแห้ง หากจะหาทำเลเล่นน้ำในฤดูกาลนี้จะต้องเดินเลียบลำธารไปอีกประมาณ 100 เมตร ก็จะพบกับน้ำตกชั้นเล็กๆ แต่แอ่งน้ำเบื้องล่างกลับกว้างใหญ่และมีระดับความลึกเพียงพอที่จะแหวกว่ายได้อย่างเริงรื่น ใครที่ว่ายน้ำไม่เป็นก็อาจเรียกหาความสดชื่น ด้วยการเสาะหาระดับน้ำตื้นๆ นอนแช่ร่างให้สายน้ำได้ไหลผ่าน

กลุ่มหาดทรายงาม-หาดทรายเงิน-หาดทรายแก้ว
ประเภทแหล่งท่องเที่ยว : ธรรมชาติ
ที่ตั้ง : บริเวณหลัก กม. 37-41.5 ด้านขวามือของทางหลวงหมายเลข 318






             “กลุ่มหาดทรายงาม-หาดทรายเงิน-หาดทรายแก้ว” เป็นหาดทรายที่ทอดยาวต่อเนื่องกัน
             หาดทรายงาม ตั้งอยู่บริเวณหลัก กม. 37 อยู่ห่างจากทางหลวงหมายเลข 318 เพียง 300 เมตร ทางเข้าชายหาดจะต้องเดินข้ามสะพานไม้เล็กๆที่ทอดข้ามลำคลอง ยาวประมาณ 20 เมตร เมื่อทะลุผ่านสวนสนทะเลก็จะพบกับชายหาดทรายงามที่มีเม็ดทรายขาวละเอียด ชายหาดแห่งนี้ทอดยาวขนานไปกับทิวสนทะเลที่พลิ้นใบโบกโต้ลมไปมา บริเวณชายหาดเงียบสงบ เหมาะสำหรับผู้ที่รักสันโดษควรแวะเยือน
             หาดทรายเงิน ตั้งอยู่บริเวณ กม. 41 เชื่อมต่อมาจากหาดทรายงาม เป็นหาดทรายหน้าแคบ หน้าหาดมีความลาดเอียงไม่สม่ำเสมอ ไม่เหมาะต่อการลงเล่นน้ำ แต่เหมาะต่อการเยี่ยมชมทัศนียภาพที่สวยงามและตกปลาชายฝั่งในบริเวณใกล้เคียง นับเป็นชายหาดที่เงียบสงบ สามารถเดินเลียบชายหาดไปถึงหาดมุกแก้วได้
             หาดมุกแก้วและหาดทรายแก้ว ตั้งอยู่บริเวณ กม. 41.5 ชายหาดแห่งนี้เป็นที่ตั้งของ “หาดมุกแก้ว รีสอร์ท” หาดทรายมีเม็ดทรายขาวละเอียด น้ำใสสะอาด ค่อนข้างเงียบสงบ เหาะต่อการพักผ่อนลงเล่นน้ำและเฝ้าชมพระอาทิตย์ลับฟ้าที่ได้ชื่อว่าสวยงามยิ่งนัก

ศูนย์สภากาชาดไทย เขาล้าน
ประเภทแหล่งท่องเที่ยว : ประวัติศาสตร์และโบราณคดี
ที่ตั้ง : บริเวณหลัก กม.48 ด้านหน้าเป็นด่านตรวจของทหารพราน






             “ศูนย์สภากาชาดไทย เขาล้าน” ในอดีตเมื่อปี พ.ศ. 2522 เคยใช้เป็นศูนย์อพยพที่ให้การช่วยเหลือชาวเขมรกว่า 100,000 คน ซึ่งลี้ภัยสงครามที่เกิดขึ้นในประเทศกัมพูชา รอนแรมเดินเท้าข้ามเทือกเขาบรรทัด เข้ามายังพื้นที่จังหวัดตราด
             เมื่อสงครามสงบ ชาวเขมรอพยพก็ได้เดินทางกลับสูมาตุภูมิ บางส่วนก็เดินทางไปยังประเทศที่สาม ศูนย์อพยพแห่งนี้จึงได้ปิดตัวเองลงในปี พ.ศ. 2529 ต่อมาในปี พ.ศ. 2535 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ อุปนายิกา ผู้อำนวยการฯ ทรงมีพระราชดำริให้ปรับปรุงพัฒนาเป็นศูนย์สภากาชาดไทยเขาล้าน เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ ในวโรกาสทรงเจริญพระชนม์พรรษาครบ 60 พรรษา
             ทั้งนี้ได้มีการจัดสร้างศาลาราชการุณย์ เพื่อเป็นพิพิธภัณฑ์เฉลิมพระเกียรติฯ ภายในจัดแสดงประวัติความเป็นมาและสภาพความเป็นอยู่ในค่ายของชาวเขมรอพยพ เช่น การหุงหาอาหาร การเย็บปักถักร้อย ตลอดจนภารกิจในการให้ความช่วยเหลือของสภากาชาดไทย ฯลฯ ในครั้งนั้น
             ด้านหลังเป็นค่ายยุวกาชาดและเป็นชายหาดราชการุณย์ ซึ่งร่มรื่นไปด้วยทิวสนทะเล มีบ้านพักรับรองอิงแอบอยู่บนเนินเขา บรรยากาศเงียบสงบเป็นส่วนตัว ปัจจุบันเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมแห่งหนึ่งของจังหวัดตราด

หาดไม้รูด-บ้านไม้รูด
ประเภทแหล่งท่องเที่ยว : ธรรมชาติ
ที่ตั้ง : หลัก กม.57






             “หาดไม้รูด” แยกขวามือจากทางหลวงหมายเลข 318 ตรงกิโลเมตรที่ 57 ผ่านเข้าไปทางบ้านไม้รูดประมาณ 5 กิโลเมตร ก่อนถึงหมู่บ้านจะเห็นวัดไม้รูดอยู่ทางด้านซ้ายมือ หากเลี้ยวซ้ายไปตามถนนที่อยู่ใกล้กับศาลาการเปรียญประมาณ 100 เมตรก็จะเห็นถนนทอดต่ำลงสู่พื้นราบแคบๆริมฝั่งทะเล บริเวณนี้คือส่วนหนึ่งของหาดไม้รูดที่มีลักษณะเป็นหาดทรายและหาดหินหน้าแคบ
             เมื่อย้อนกลับขึ้นถนนที่ทอดสู่หมู่บ้านไม้รูดที่อยู่ถัดไปไม่ไกลนัก ผู้มาเยือนก็จะพบกับชุมชนประมงทะเลขนาดใหญ่ ที่ปลูกบ้านเรียงรายอยู่สองฟากฝั่งคลอง วันใดที่ระดับน้ำทะเลหนุนสูง วันนั้นภูมิทัศน์ของหมู่บ้านไม้รูดจะดูงดงามตระการตายิ่งนัก ที่นี่ทุกเช้าจะมีเรือประมงมาขึ้นฝั่ง คนผ่านทางจึงสามารถซื้อหาอาหารทะเลสดๆไปปรุงลิ้มรสได้ตามอัธยาศัยในราคาย่อมเยา

หาดบานชื่น
ประเภทแหล่งท่องเที่ยว : ธรรมชาติ
ที่ตั้ง : หลัก กม.57-59










             “หาดบานชื่น” ตั้งอยู่ระหว่างกิโลเมตรที่ 57-59 ก่อนถึงตัวอำเภอคลองใหญ่ หาดบานชื่นเดิมชื่อหาดมะโร ได้ชื่อว่าเป็นชายหาดยอดนิยมที่มีเม็ดทรายขาวละเอียด หากย่ำเท้าเปลือยเปล่าลงบนพื้นทรายก็จะสัมผัสได้ว่า เม็ดทรายที่นี่มีความแน่นละเอียดมาก ปัจจุบันบริเวณชายหาดบางส่วนมีการสร้างแนวคอนกรีตแคบๆ ป้องกันน้ำทะเลกัดเซาะชายฝั่ง ปลายสุดของแนวคอนกรีตเป็นพื้นทรายชายหาดที่สวยงาม เหนือชายหาดมีทิวมะพร้าวและทิวสนทะเลขึ้นเรียงรายดูร่มรื่น เหมาะต่อการพาครอบครัวมาพักผ่อนเล่นน้ำทะเล
             หาดบานชื่นมีร้านอาหารเล็กๆและสถานที่พักเงียบสงบไม่กี่แห่ง เช่น “บานชื่น บีช รีสอร์ท”และ “กระต๊อบหัวหาด” เป็นต้น

หาดตาหนึก
ประเภทแหล่งท่องเที่ยว : ธรรมชาติ
ที่ตั้ง : หลัก กม. 68






             “หาดตาหนึก” ตั้งอยู่บริเวณหลัก กม.ที่ 68 เป็นชายหาดที่ยาวต่อเนื่องมาจากหาดบานชื่น โดยเลี้ยวขวาไปทางโรงเรียนบ้านตาหนึกประมาณ 2 กิโลเมตรก็จะพบกับชายหาดตาหนึก ทอดยาวผ่านหมู่บ้านเล็กๆที่ร่มรื่นไปด้วยสวนมะพร้าว บริเวณชายหาดมีเม็ดทรายละเอียด แต่มีสีหม่นเพราะค่อนไปทางการเป็นหาดเลน จึงสามารถลงเล่นน้ำได้อย่างดีเฉพาะฤดูมรสุม
             ชายหาดแห่งนี้เป็นที่ตั้งของสถานที่พักแบบบังกะโลชื่อ บ้านพักตากอากาศ, หาดสน รีสอร์ทและ ชาญชล รีสอร์ท

พื้นที่แคบที่สุดของประเทศไทย
ประเภทแหล่งท่องเที่ยว : ธรรมชาติ
ที่ตั้ง : หลัก กม.81-82






             บนเส้นทางหลวงหมายเลข 318 ช่วงที่พาดผ่านหมู่บ้านโขดทราย ตำบลหาดเล็ก บริเวณหลักกม.81-82 คือพื้นที่ส่วนที่แคบที่สุดของประเทศไทย โดยมีระยะทางเพียง 450 เมตรหรือ 0.45 กิโลเมตร เพราะบริเวณนี้เป็นจุดที่แนวเทือกเขาบรรทัดทอดยาวชิดกับชายฝั่งทะเลตราดมากที่สุด
             แผ่นป้ายด้านซ้ายมือที่เด่นตาด้วยข้อความ “แผ่นดินส่วนที่แคบที่สุดของประเทศไทย” จึงเป็นจุดหนึ่งที่นักท่องเที่ยวนิยมแวะจอดรถ เพื่อร่วมถ่ายภาพเป็นที่ระลึกกับพื้นที่ส่วนที่แคบที่สุด

อนุสรณ์สถานทหารนาวิกโยธิน บ้านหาดเล็ก
ประเภทแหล่งท่องเที่ยว : ประวัติศาสตร์และโบราณคดี
ที่ตั้ง : ริมถนนด้านขวามือ ตรงข้ามโรงเรียนบ้านหาดเล็ก ห่างจากชายแดนหาดเล็กประมาณ 500 เมตร









             “อนุสรณ์สถานทหารนาวิกโยธิน บ้านหาดเล็ก” เป็นอนุสรณ์สถานเพื่อรำลึกถึงวีรกรรมของทหารนาวิกโยธินและประชาชนบ้านหาดเล็ก ซึ่งได้ร่วมกันเสียสละเลือดเนื้อและชีวิตในการปกป้องอธิปไตยของชาติไทย
             เนื่องจากพื้นที่บ้านหาดเล็กเป็นชุมชนสุดท้ายที่ตั้งอยู่สุดแผ่นดินตะวันออก ในอดีตพื้นที่แห่งนี้มักถูกรุกล้ำอธิปไตย เพราะสืบเนื่องจากปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างประเทศอยู่เสมอ จากการสู้รบหลายครั้งที่ปะทะกันอย่างรุนแรง ทำให้ทหารนาวิกโยธินและประชาชนบ้านหาดเล็กจำนวนหนึ่งเสียชีวิตลง เพื่อเป็นการระลึกถึงวีรกรรมของพวกเขา บรรดาทหาร ข้าราชการ พ่อค้าและประชาชน จึงได้ร่วมใจกันเสียสละทุนทรัพย์ จัดสร้างอนุสรณ์สถานแห่งนี้ขึ้นและได้ประกอบพิธีเปิดในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2541

จุดผ่านแดนถาวรบ้านหาดเล็ก
ประเภทแหล่งท่องเที่ยว : ศิลปวัฒนธรรมและประเพณี
ที่ตั้ง : กม. 89






             “บ้านหาดเล็ก” เป็นจุดสิ้นสุดของทางหลวงหมายเลข 318 เป็นพื้นที่แคบๆที่มีความสำคัญในฐานะด่านการค้าชายแดน ซึ่งประชาชนทั้งสองประเทศติดต่อค้าขายกันมาช้านาน บ้างก็เป็นเครือญาติที่ถือทั้งสัญชาติไทยและสัญชาติกัมพูชา
             จุดผ่านแดนแห่งนี้เป็นที่ตั้งของด่านตรวจคนเข้าเมือง ทั้งของประเทศไทยและประเทศกัมพูชา โดยด่านจะเปิดทำการในเวลา 07.00-17.00 น. แต่จะอนุญาตให้คนที่ออกไป กลับเข้าสู่ประเทศไทยได้จนถึงเวลา 22.00 น. ในแต่ละวันยังมีนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศผ่านเข้าออกทางด่านชายแดนแห่งนี้อย่างต่อเนื่อง เพราะสามารถเดินทางต่อไปยังเกาะกงและสีหนุวิลล์ โดยบริการของเรือโดยสารหรือรถตู้ประจำทางที่เปิดให้บริการทุกวัน บางคนก็อาจผ่านต่อไปยังกรุงพนมเปญของกัมพูชา ในทำนองเดียวกันนักท่องเที่ยวที่ผ่านมามาจากกัมพูชาก็จะใช้ช่องทางนี้ผ่านเข้าสู่เกาะช้างและกรุงเทพฯ
             ใกล้กับด่านตรวจคนเข้าเมือง ด้านขวามือจะเป็นที่ตั้งของกลุ่มร้านขายสินค้าที่ระลึกและร้านขายอาหารทะเลตากแห้ง ขณะที่ฟากถนนฝั่งตรงข้ามคือสถานที่จอดรถตู้ประจำเส้นทางสายหาดเล็ก-คลองใหญ่-ตราด ซึ่งเปิดให้บริการตลอดทั้งวัน
             ยามเช้าตรู่สองฟากถนนละแวกนี้ จะคึกคักไปด้วยพ่อค้าแม่ค้าในตัวเมืองตราด ซึ่งนำเอาอาหารสดประเภทผัก ผลไม้ เนื้อหมูและเนื้อวัว ฯลฯ เข้ามาวางขาย เมื่อถึงเวลาด่านเปิดก็จะมีชาวกัมพูชาเข้ามากว้านซื้อสินค้าต่างๆกันอย่างคึกคัก จากนั้นก็จะลำเลียงใส่รถเข็นข้ามกลับไปยังฝั่งเกาะกง





Copyright © : Thanroysai Publishing House
Thailand Tel: 089-9252017
E-mail: thanroysai@yahoo.co.th
webmaster@trattravel-guide.com