ภาคการท่องเที่ยว
ในส่วนที่เป็น
ผืนแผ่นดินใหญ่
เส้นทางที่ 1
  เส้นทางที่ 2
  เส้นทางที่ 3
  เส้นทางที่ 4
เส้นทางท่องเที่ยวที่ 1

             กลุ่มสถานที่ท่องเที่ยวบนเส้นทางสายนี้ เป็นกลุ่มสถานที่ท่องเที่ยวในเขตอำเภอเมืองตราด โดยเฉพาะ ในเขตเทศบาลเมืองตราด สถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจ โดดเด่นที่สุดคือแหล่งท่องเที่ยวประเภทประวัติศาสตร์และ โบราณคดี ประกอบด้วย

วัดบุปผาราม
ประเภทแหล่งท่องเที่ยว : ประวัติศาสตร์และโบราณคดี
ที่ตั้ง : ตั้งอยู่บนเนินเตี้ยๆที่เรียกว่า “เนินหย่อง” อยู่ห่างจากตัวเมืองตราดไปตามถนนปลายคลองประมาณ 2 กิโลเมตร





             “วัดบุปผาราม” หรือที่ชาวบ้านเรียกขานตามชื่อหมู่บ้านว่า “วัดปลายคลอง” เป็นวัดเก่าแก่ที่สุดของจังหวัดตราดและเป็นศูนย์กลางของชุมชนมาตั้งแต่อดีต โดย “หลวงเมือง”เป็นผู้สร้างขึ้น เมื่อพ.ศ.2195 ตรงกับรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง(พ.ศ.2172-2199) และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อ พ.ศ. 2225 ในรัชสมัยของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช (พ.ศ.2199-2231)
             ภูมิทัศน์ของวัดบุปผาราม จัดแบ่งออกเป็น 3 เขต แต่ละเขตโดดเด่นไปด้วยเอกลักษณ์ของ ศาสนสถานที่สำคัญ คือ
             เขตพุทธาวาส เป็นที่ตั้งของโบราณสถานที่มีคุณค่า เช่น วิหารฝากระดาน(โบสถ์เก่า) วิหารพระพุทธไสยาสน์ มณฑปพระพุทธบาทสี่รอย มณฑปพระพุทธบาทมงคล 108 มณฑปพระพุทธรูปปางบำเพ็ญทุกรกิริยา เจดีย์ 28 องค์
             เขตธรรมาวาส เป็นที่ตั้งของโบราณสถานที่สร้างขึ้น เพื่อประโยชน์ในการบำเพ็ญกุศลฟังธรรม เช่น หอสวดมนต์ ศาลาการเปรียญ หอระฆังจตุรมุข
             เขตสังฆาวาส เป็นที่ตั้งของโบราณสถานที่เป็นที่อยู่ของพระภิกษุ สามเณร ได้แก่ กุฏิรายหลังเดียว ทรงไทย หอระฆัง เป็นต้น

วัดโยธานิมิต
ประเภทแหล่งท่องเที่ยว : ประวัติศาสตร์และโบราณคดี
ที่ตั้ง : ถนนเทศบาล 4 ตรงสามแยกใกล้กับศาลหลักเมือง










             “วัดโยธานิมิต” หรือที่ชาวเมืองตราดเรียกขานว่า “วัดโบสถ์” ไม่มีหลักฐานการสร้างวัดที่แน่นอน ทราบเพียงว่าหลังเสียกรุงอยุธยาครั้งที่ 2 ให้แก่พม่า พระเจ้าตากได้เข้ามารวบรวมไพร่พลที่จังหวัดตราดบริเวณนี้ ใช้กำลังพลขนมูลดินไว้สร้างวัด ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 3 ได้โปรดเกล้าให้เจ้าพระยาพระคลัง ซึ่งต่อมาเป็นสมเด็จ เจ้าพระยาบรมมหาประยุรวงศ์ คุมทัพเรือมาทำสงครามกับเขมร ระหว่างพักกองทัพอยู่นั้นได้พร้อมใจกันสร้างวัดขึ้น ขนานนามว่า “วัดโยธานิมิต” เพื่อเป็นเครื่องเตือนใจที่ได้เคยร่วมรบมาด้วยกัน
             โบราณสถานที่สำคัญของวัดนี้ ได้แก่ วิหาร(โบสถ์เก่า) เป็นศิลปะแบบอยุธยา ภาพในมีภาพจิตรกรรมเล่าเรื่องพระเวสสันดรชาดกและเป็นที่เก็บโบราณวัตถุ เช่น หนังสือใบลาน คัมภีร์เทศน์และรอยพระพุทธบาท เคยเป็นที่สถานที่ถือน้ำพิพัฒน์สัตยาของข้าราชการเมืองตราดในอดีต

ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง
ประเภทแหล่งท่องเที่ยว : ประวัติศาสตร์และโบราณคดี
ที่ตั้ง : ถนนหลักเมือง ใกล้กับวัดโยธานิมิต






             “ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองตราด” นับเป็นศูนย์รวมจิตใจและเป็นมรดกคู่บ้านคู่เมืองของชาวตราดมาช้านาน รูปแบบอาคารเป็นสถาปัตยกรรมแบบจีนประกอบด้วยอาคาร 3 ส่วน ได้แก่ อาคารเสาหลักเมือง ศาลเจ้าพ่อและศาลเจ้าปึงเถ้ากง
             ภายในอาคารศาลหลักเมืองจะมีเสาต้นสูงคือ เสาหลักเมือง ซึ่งสร้างขึ้นยุคเดียวกับการสร้างวัดโยธานิมิต และมีเสาต้นต่ำคือ เสาศิวลึงค์ ซึ่งเล่าขานกันว่าเดิมอยู่ที่ตำบลห้วยแร้ง เจ้าเมืองสมัยนั้นเดินทางไปพบ มีผู้คนศรัทธากราบไหว้ เชื่อว่าสามารถรักษาโรคภัยไข้เจ็บได้ จึงอัญเชิญมาไว้คู่กันและกลายเป็นของสำคัญคู่บ้านคู่เมือง มาจนถึงปัจจุบัน
             ศาลเจ้าพ่อ ตั้งอยู่ด้านหลังอาคารที่ตั้งเสาหลักเมือง เดิมเป็นอาคารไม้เรือนสูง สร้างโดยชาวจีนในจังหวัดตราด ภายในมีภาพจำลองเจ้าพ่อหลักเมือง เขียนด้วยภาษาจีนกำกับ เมื่ออาคารหลังเก่าทรุดโทรมได้ทำการ บูรณะใหม่เรื่อยมา จนถึงปี พ.ศ.2523 จึงได้สร้างเป็นอาคารหลังใหม่
             ศาลเจ้าปึงเถ้ากง เดิมตั้งอยู่ที่สี่แยกวัดกลาง ต่อมาเมื่อบ้านเมืองเจริญขึ้น ต้องการขยายถนนบริเวณนั้น จึงได้อัญเชิญไปไว้ที่โรงเจ แต่ทางโรงเจเห็นว่าไม่เหมาะ เพราะท่านไม่ได้กินเจ จึงได้อัญเชิญไปไว้บริเวณเดียวกับศาลเจ้าพ่อหลักเมืองตราดมาจนถึงปัจจุบัน

วัดไผ่ล้อม
ประเภทแหล่งท่องเที่ยว : ประวัติศาสตร์และโบราณคดี
ที่ตั้ง : ถนนหลักเมือง ใกล้กับโรงเรียนอนุบาลตราด










             “วัดไผ่ล้อม” เป็นวัดที่สร้างขึ้นในสมัยรัตนโกสินทร์ ตอนต้น ได้ชื่อว่าเป็นวัดที่มีบทบาทสำคัญที่สุดต่อการศึกษาของจังหวัดตราด เคยเป็นที่พำนักของบิดาการศึกษาจังหวัดตราด คือ ท่านเจ้าคุณพระวิมลเมธาจารย์ วรญาณคณานุรักษ์ สังฆปราโมก ภายในวัดมีสวนป่าจัดเป็นสวนพุทธธรรมที่ร่มรื่น สำหรับให้ประชาชน ได้ใช้เป็นที่ปฏิบัติธรรม
             ภายในสวนพุทธธรรม เด่นเป็นสง่าด้วยเจดีย์พิพิธภัณฑ์ 3 ท่านเจ้าคุณ เป็นเจดีย์รูปทรงคล้ายดอกบัว ใช้เป็นที่ประดิษฐานหุ่นขึ้ผึ้งของ 3 ท่านเจ้าคุณที่เคยจำพรรษาอยู่ที่วัดนี้และเป็นผู้มีบทบาทต่อการเผยแพร่พระพุทธศาสนา คือ พระวิมลเมธาจารย์ วรญาณคณานุรักษ์ (เจ้ง จนฺทสโร) พระบุรเขตต์คณาจารย์ (พิ้น สุนทโร) และพระราชเขมากร(ปกรณ์ อารทธวิริโย) ซึ่งนักท่องเที่ยวพุทธศาสนิกชนนิยมแวะไปสักการะเพื่อความเป็น ศิริมงคลอยู่เสมอ

โบราณสถานจวน เรซิดัง กัมปอต
ประเภทแหล่งท่องเที่ยว : ประวัติศาสตร์และโบราณคดี
ที่ตั้ง : ถนนหลักเมือง






             “โบราณสถานจวน เรซิดัง กัมปอต” ลักษณะทางสถาปัตยกรรมเป็นอาคารครึ่งตึกครึ่งไม้ 3 ชั้น หลังคาทรงปั้นหยาลดชั้น เคยใช้เป็นที่พำนักของข้าหลวงฝรั่งเศส ผู้ได้รับการมอบหมายจากรัฐบาลฝรั่งเศสให้ปกครองจังหวัดตราด ระหว่างปี พ.ศ. 2447-2450
             ต่อมาตั้งแต่ พ.ศ.2450-2471 อาคารหลังนี้ได้ใช้เป็นที่พักของผู้ว่าราชการเมืองตราดตลอดมา และระยะเวลาสั้นๆช่วงหนึ่งได้ใช้เป็นโอสถศาลาหรือที่ชาวบ้านเรียกว่า “สุขศาลา” ด้านหน้าอาคารมีหอกระจายเสียงสูงประมาณ 5 เมตร สร้างขึ้นราวปี พ.ศ.2498 เพื่อถ่ายทอดการกระจายเสียงจากสถานีวิทยุ กปฐ.กรุงเทพฯให้ประชาชนได้รับฟังทุกวัน
             ปัจจุบันเรซิดัง กัมปอตได้รับการบูรณะใหม่และใช้เป็นที่ทำการของสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดตราด

ย่านการค้าตลาดริมคลอง(ถนนธนเจริญ)
ประเภทแหล่งท่องเที่ยว : ศิลปวัฒนธรรมและประเพณี
ที่ตั้ง : สองฟากถนนธนเจริญ ริมคลองบางพระ






             “ตลาดริมคลอง”เป็นย่านการค้าเก่าแก่ที่สำคัญที่สุดของจังหวัดตราด ตั้งอยู่ริมคลองบางพระ มีถนนเล็กๆตัดผ่านหน้าร้านค้าตลอดแนว เรียกว่าถนนริมคลองหรือชื่อปัจจุบันคือถนนธนเจริญ เพราะยุคนั้น คลองบางพระคือเส้นทางคมนาคมสายหลักที่มีเรือใบ เรือแจวจำนวนมาก บรรทุกสินค้าท่องขึ้นมาจากปากแม่น้ำตราด ก่อนจะแยกเข้ามาตามคลองด่านเก่าและผ่านลึกเข้าสู่ตลาดริมคลอง
             ยุคนั้นเรือนแถวไม้ชั้นเดียวแบบร้านค้าคนจีนและเรือนไม้สองชั้นบางส่วนในย่านตลาดริมคลอง ตลอดจนเรือนแถวไม้สองฟากซอยขุนโภคา ซอยยายอ่อน ซอยริมคลองและซอยพิพัฒน์ ที่ตัดเชื่อมไปสู่ถนนตลาดใหญ่หรือถนนหลักเมืองในปัจจุบัน เกือบทุกหลังคาเรือนจะเปิดขายสินค้ากันอย่างคึกคัก
             ต่อมาเมื่อมีการก่อสร้างถนนกรุงเทพฯ-ตราดหรือถนนสุขุมวิท ทำให้วิถีการค้าที่เคยพึ่งพาสายน้ำแห่งคลองบางพระค่อยๆซบเซาลง พร้อมๆกับการเข้ามาแทนที่ของย่านการค้าแห่งใหม่บนถนนสุขุมวิท ทั้งศูนย์การค้าตลาดสดเทศบาลเมืองตราดและตลาดโต้รุ่งที่คึกคักมาจนถึงปัจจุบัน
             เรือนแถวไม้เก่าแก่ย่านตลาดริมคลอง จึงถูกทิ้งร้างให้ผุพังไปตามกาลเวลา บางส่วนกลายเป็นบ้านให้เช่า หลายหลังได้ปรับปรุงใหม่ใช้เป็นบ้านอยู่อาศัยของทายาทรุ่นหลังๆ อีกบางส่วนก็หันมาเปิดเป็นกิจการเก็ตส์เฮ้าส์ไว้รองรับนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศ
             อย่างไรก็ตามเรือนแถวไม้เก่าแก่ที่ยังเหลืออยู่ นับเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งที่พอจะช่วยให้ได้ระลึกถึงคืนวันเก่าก่อนของย่านการค้าสำคัญในอดีตของตัวเมืองตราดได้ไม่น้อย

อ่างเก็บน้ำเขาระกำ(ส่วนขยาย)
ประเภทแหล่งท่องเที่ยว : เชิงนิเวศ
ที่ตั้ง : บ้านเกาะกันเกรา ด้านหลังวัดโยธานิมิต






             “อ่างเก็บน้ำเขาระกำ (ส่วนขยาย)”เป็นอ่างเก็บน้ำกว้างใหญ่ที่อยู่ใกล้ตัวเมืองตราดและอยู่ห่างจากอ่างเก็บน้ำเขาระกำประมาณ 10 กิโลเมตร โดยรับน้ำที่ระบายผ่านลงมาตามคลองไม้ซี้สู่คลองบางพระ จากนั้นก็จะกักเก็บแล้วปล่อยไปยังคลองส่งน้ำชลประทาน ครอบคลุมพื้นที่เกษตรกรรมประมาณ 17,500 ไร่ ส่วนหนึ่งก็นำไปผลิตเป็นน้ำประปาหล่อเลี้ยงผู้คนในตัวจังหวัดตราด
             ถนนรอบอ่างเก็บน้ำเขาระกำส่วนขยาย เหมาะสำหรับการวิ่งออกกำลังกายและปั่นจักรยานเสือภูเขา อีกทั้งยังมีทัศนียภาพที่สวยงามเหมาะต่อการพักผ่อน โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวจะมีนกน้ำอพยพเข้ามาอยู่อาศัยจำนวนมาก รวมทั้งยังมีนกประจำถิ่นอีกหลายชนิด
             รอบอ่างเก็บน้ำยังเป็นที่ตั้งของร้านอาหารที่มีชื่อเสียงหลายร้าน ยามเย็นของทุกวันจึงมักเป็นศูนย์รวมของผู้ที่นิยมทานอาหารนอกบ้าน ตลอดจนนักท่องเที่ยวจำนวนหนึ่งที่มีโอกาสผ่านทางไปถึง อ่างเก็บน้ำแห่งนี้ยังเป็นสถานที่หนึ่ง ซึ่งชาวเมืองตราดนิยมใช้ลอยกระทงมาจนถึงปัจจุบัน





Copyright © : Thanroysai Publishing House
Thailand Tel: 089-9252017
E-mail: thanroysai@yahoo.co.th
webmaster@trattravel-guide.com